บรรจง บินกาซัน
“ในวันที่พระเจ้าทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้น พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้ว่าจำนวนเดือนนั้นมีสิบสองเดือน ในจำนวนนี้มีสี่เดือนต้องห้าม นี่คือศาสนาที่ถูกต้อง ดังนั้น จงอย่าทำความผิดต่อตัวของสูเจ้าเองโดยการละเมิดเดือนเหล่านี้” (กุรอาน 9:36)
เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่เมื่ออัลลอฮฺสร้างจักรวาลและโลกที่เราอาศัยอยู่แล้ว พระองค์ยังบอกให้เรารู้อีกว่าเดือนในโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่นี้มี 12 เดือน และเพื่อให้มนุษย์ได้นับวันและเดือนตามที่อัลลอฮฺกำหนดตั้งแต่ยุคที่โลกยังไม่มีนาฬิกา พระองค์จึงได้สร้างดวงอาทิตย์เพื่อบอกวันและสร้างดวงจันทร์ไว้บอกเดือน
เวลากลางวันและกลางคืนมีขอบเขตของมัน เวลากลางวันเริ่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หลังจากนั้นก็เข้าสู่เวลากลางคืน ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่แค่บอกวัน มันไม่สามารถบอกเดือนได้เพราะดวงอาทิตย์อยู่เต็มดวงในท้องฟ้าตลอดทั้งวัน ส่วนดวงจันทร์ทำหน้าที่บอกเดือน เพราะดวงจันทร์จะเต็มดวงเพียงครั้งเดียวในหนึ่งเดือน หลังจากนั้นก็จะค่อยเล็กลงไปเรื่อยๆและหายไปโผล่เป็นจันทร์เสี้ยวอีกครั้งหนึ่งเพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าเริ่มต้นเดือนใหม่
เนื่องจากจักรวาลเคยมืดมาก่อน การเริ่มนับวันใหม่ของชาวอาหรับจึงเริ่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ส่วนชาวตะวันตกเริ่มนับวันใหม่หลังเที่ยงคืน
เมื่ออิสลามปรากฏขึ้นในคาบสมุทรอาหรับในค.ศ.610 บทบัญญัติการปฏิบัติศาสนกิจได้ถูกประทานมาให้ผู้ศรัทธาปฏิบัติในเวลาต่างๆในขณะที่ยังไม่มีนาฬิกา จึงต้องอาศัยปรากฏการณ์ที่เกิดจากดวงอาทิตย์กำหนดขอบเขตเวลา เช่น นมาซฟะญัรฺต้องทำก่อนดวงอาทิตย์โผล่จากขอบฟ้า ช่วงเวลานมาซมัฆริบเริ่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าสนิทจนกระทั่งแสงสีแดงหมดไปจากท้องฟ้า ขอบเขตของเวลานมาซบ่ายเริ่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์คล้อยจากศีรษะไปจนกระทั่งเงาของวัตถุยาวเท่ากับตัววัตถุ
นี่คือการอำนวยความสะดวกที่พระเจ้าจัดให้บ่าวผู้ศรัทธาในการปฏิบัติศาสนกิจ กล่าวคือ ไม่ว่าจะอยู่ถิ่นแดนใดก็ให้ใช้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในเขตที่ตัวเองอยู่เป็นตัวกำหนดเวลา เช่น เมื่อถึงเวลาดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางตะวันตกของไทย มุสลิมไทยก็นมาซมัฆริบได้เลย ไม่ต้องไปรอเวลาดวงอาทิตย์ตกในพม่าหรือบังคลาเทศ
ในทำนองเดียวกัน การถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน(เดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม)ก็ต้องอาศัยการปรากฏของจันทร์เสี้ยวแรกของเดือนเราะมะฎอนซึ่งถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยของนบีมุฮัมมัด เดือนในปฏิทินทางจันทรคติส่วนใหญ่จะมี 29 วัน ในหนึ่งปีจะมีเดือนหนึ่งหรือสองเดือนที่มี 30 วัน
ในเวลานั้น ชาวอาหรับที่เป็นมุสลิมรุ่นแรกอาศัยอยู่ในทะเลทรายที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าโปร่ง สามารถมองเห็นจันทร์เสี้ยวได้ชัด วันที่ 29 ของเดือนชะอฺบาน(เดือนที่ 😎 เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าหมดขอบเขตเวลากลางวันแล้ว ใครเห็นจันทร์เสี้ยวแรกของเดือนเราะมะฎอนก็จะแจ้งให้คนอื่นทราบและเริ่มถือศีลอดพร้อมเพรียงกันในวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่มีใครเห็นจันทร์เสี้ยวก็แสดงว่ายังอยู่ในเดือนชะอ์บาน ทุกคนก็กลับไปนอนเพื่อเตรียมตัวถือศีลอดในวันถัดไป ไม่มีใครรอฟังข่าวคนเห็นจันทร์เสี้ยวจากฝั่งอาฟริกา
นี่คือวิถีปฏิบัติ(ซุนนะฮฺ)ที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยนบีมุฮัมมัดจนถึงปัจจุบัน
ที่มา : facebook ของอาจารย์บรรจง บินกาซัน มูลนิธิสันติชน
https://www.facebook.com/Banjong.Binkason
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
[ Translate by Google Translate ]
The Sun Determines the Day, the Moon Determines the Month
Source: facebook of Mr.Banjong Binkason Santichon Islamic Foundation
https://www.facebook.com/Banjong.Binkason

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น