บรรจง บินกาซัน
หากศึกษาประวัติศาสตร์ของบรรดานบีที่อัลลอฮฺแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่นำแนวทางการดำเนินชีวิตมาสอนมนุษย์ เราจะพบว่าหลักปฏิบัติศาสนกิจที่คนมุสลิมถูกกำหนดให้ปฏิบัตินั้นเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยนบีอิบรอฮีมและลูกหลานของท่านทั้งสิ้น
บรรจง บินกาซัน
หากศึกษาประวัติศาสตร์ของบรรดานบีที่อัลลอฮฺแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่นำแนวทางการดำเนินชีวิตมาสอนมนุษย์ เราจะพบว่าหลักปฏิบัติศาสนกิจที่คนมุสลิมถูกกำหนดให้ปฏิบัตินั้นเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยนบีอิบรอฮีมและลูกหลานของท่านทั้งสิ้น
บรรจง บินกาซัน
นบีมุฮัมมัดกล่าวว่า “ทุกสิ่งมีซะกาตและซะกาตของร่างกายคือการถือศีลอด” (บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ)
ในคัมภีร์กุรอาน คำว่าซะกาตมักถูกกล่าวคู่กับการนมาซซึ่งเป็นศาสนกิจสำคัญอันดับแรกของมุสลิมเสมอ แต่ในคำสอนดังกล่าวของนบีมุฮัมมัดแสดงให้เห็นว่าการถือศีลอดมีความผูกพันกับซะกาตอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
บรรจง บินกาซัน
ทั้งคนและสัตว์ต่างกินอาหารเพื่อความอยู่รอด แต่ในบางช่วงเวลา การอดอาหารก็เพื่อความอยู่รอดเช่นกัน
การอดอาหารบางช่วงเวลาเป็นผลดีและมีประโยชน์ต่อมนุษย์เอง แม้ไม่ใช่การปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนา แต่การอดอาหารได้ถูกนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการผ่าตัด การประท้วงหรือต่อสู้ทางการเมือง เป็นต้น
บรรจง บินกาซัน
“โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกกำหนดมาเช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดไว้ก่อนหน้าสูเจ้า ทั้งนี้หวังว่าสูเจ้าจะเกิดความยำเกรง” (กุรอาน 2:183)
ข้อความดังกล่าวบอกให้รู้ว่าการถือศีลอดเป็นที่ปฏิบัติมาก่อนสมัยนบีมุฮัมมัด การศึกษาประวัติศาสตร์ทำให้รู้ว่าชาวอียิปต์โบราณก็มีการถือศีลอด นักบวชและฤาษีในอินเดียก็ถือศีลอดสามวันในตอนกลางเดือน ศาสนาโซโรแอสเตอร์ก็มีการถือศีลอดเหมือนกัน แต่ถือเฉพาะนักบวชเท่านั้น
บรรจง บินกาซัน
ในคัมภีร์กุรอานมีคำดำรัสของพระเจ้าว่า “เดือนเราะมะฎอนเป็นเดือนที่คัมภีร์กุรอานถูกประทานมาเป็นทางนำพร้อมกับหลักฐานและเกณฑ์ตัดสินที่แยกความถูกต้องออกจากความผิดอย่างชัดเจน...” กุรอาน 2:185)
ถ้อยคำดังกล่าวแสดงถึงความเมตตาของพระเจ้าในฐานะผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง เมื่อสร้างแล้ว พระองค์ได้ทรงกำหนดและทรงนำทางทุกสิ่งให้เป็นไปตามที่พระองค์กำหนด ดาวนับแสนล้านดวงในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลถูกกำหนดและถูกนำทางไว้ด้วยวิถีโคจร เมื่อมันอยู่ในทางนำ ดาวนับแสนล้านดวงจึงอยู่กันอย่างสงบ ไม่เกิดความสับสนอลหม่าน
บรรจง บินกาซัน
“ในวันที่พระเจ้าทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้น พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้ว่าจำนวนเดือนนั้นมีสิบสองเดือน ในจำนวนนี้มีสี่เดือนต้องห้าม นี่คือศาสนาที่ถูกต้อง ดังนั้น จงอย่าทำความผิดต่อตัวของสูเจ้าเองโดยการละเมิดเดือนเหล่านี้” (กุรอาน 9:36)
บรรจง บินกาซัน
ผมไปทำฮัจญ์ในพ.ศ.2538 เสร็จจากการหยุดพัก(วุกูฟ)ที่ทุ่งอะเราะฟะฮฺในวันที่ 9 เดือนซุลฮิจญะฮฺซึ่งเป็นจุดสำคัญของการทำฮัจญ์แล้ว เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ผมอยู่ที่ทุ่งมินา หลังอาหารเช้า ผมรู้ว่าวันที่ 10 เป็นวันอีดุลอัฎฮา ผมอยากเห็นบรรยากาศนมาซอีดของคนที่นั่น จึงนั่งรถเข้ามักก๊ะฮฺ แต่พอไปถึง ปรากฏว่าลานก๊ะอฺบ๊ะฮฺมีคนน้อยมาก ทราบจากคนที่นั่นว่าชาวเมืองมักก๊ะฮฺนมาซอีดทันทีหลังดวงอาทิตย์พ้นขอบฟ้า นมาซเสร็จแล้วก็จะออกไปเฉลิมฉลองวันอีดกันนอกเมือง
บรรจง บินกาซัน
อับราฮัมผู้เป็นบรรพบุรุษทางความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวของชาวยิว ชาวคริสเตียนและมุสลิมเกิดในเมืองอูร์ในสมัยอารยธรรมเมโสโปเตเมียเมื่อประมาณสี่พันปีก่อน ด้วยความเชื่อมั่นในพระเจ้าองค์เดียวผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งซึ่ง ความเชื่อของเขาขัดแย้งกับความเชื่อของผู้คนในเวลานั้นที่กราบไหว้บูชารูปเคารพสารพัด ทำให้เขาต้องออกจากหมู่บ้านพร้อมกับซาราห์ผู้เป็นภรรยาและโลทผู้เป็นลูกพี่ลูกน้อง
บรรจง บินกาซัน
เมื่อศึกษาประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวเริ่มมีมาตั้งแต่อาดัมและอีฟถูกส่งมายังโลกนี้ ทั้งสองมีลูกที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ในเรื่องการแต่งงาน อาดัมผู้เป็นพ่อจึงแนะนำลูกให้พระเจ้าตัดสิน
บรรจง บินกาซัน
เนื่องจากวจนะของพระเจ้าที่ถูกส่งมายังมนุษย์ชาติเพื่อเป็นกฎหมายในการดำเนินชีวิตได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขจนเสียหายเรื่อยมาหลังสมัยโมเสส เยซัสจึงถูกส่งมาเพื่อยืนยันธรรมบัญญัติเดิมของพระเจ้า แต่หลังจากสมัยของเยซัส วจนะของพระเจ้าก็ได้รับความเสียหายจากการแทรกแซงโดยน้ำมือมนุษย์อีก
บรรจง บินกาซัน
หลังสมัยเยซัสสองร้อยกว่าปี ศาสนาคริสต์ได้กลายเป็นศาสนาทางราชการของอาณาจักรไบแซนตินซึ่งมีเมืองหลวงอยูที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลหรืออิสตันบูลในปัจจุบัน การเผยแผ่ศาสนาคริสต์ภายใต้การอุปถัมภ์ของจักรพรรดิไบแซนตินทำให้ศาสนาคริสต์แผ่ขยายเข้าไปในอาฟริกาและคาบสมุทรอาหรับ
บรรจง บินกาซัน
การแยกตัวของคริสตจักรออกเป็นคาทอลิกและโปรเตสแตนท์เกิดขึ้นจากการทุจริตในแวดวงบุคลากรระดับสูงของคริสตจักรและความเชื่อเก่าๆที่ขัดแย้งกับการค้นพบใหม่ๆของนักวิทยาศาสตร์ เมื่อวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้ามากขึ้น คนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาก็ค่อยๆเริ่มไม่เห็นความสำคัญของศาสนาและด้อยค่าศาสนาในที่สุด
บรรจง บินกาซัน
พระเจ้าประทานกฎหมายโตราห์ให้โมเสสมาใช้ปกครองพวกลูกหลานอิสราเอล แต่โมเสสไม่มีโอกาสทำให้ความประสงค์ของพระเจ้าสมบูรณ์ มิหนำซ้ำ เมื่อกฎหมายโตราห์ได้ถูกทำลายหรือสูญหายหลังโมเสสจากไป พวกลูกหลานอิสราเอลได้เขียนคัมภีร์ขึ้นมาใช้เอง ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงประทานกฎหมายอีกฉบับหนึ่งให้แก่กษัตริย์ดาวิดเพื่อใช้ปกครองอาณาจักรอิสราเอล
บรรจง บินกาซัน
โตราห์เป็นบันทึกวิวรณ์ของพระเจ้าที่ประทานแก่โมเสสเพื่อนำมาเป็นกฎหมายสำหรับการดำเนินชีวิตของพวกลูกหลานอิสราเอลในขณะที่เร่ร่อนอยู่ในคาบสมุทรซีนายหลังจากอพยพหลบหนีจากการตกเป็นทาสของฟาโรห์
ก๊ะอ์บ๊ะฮฺที่ผู่้คนมาเวียนรอบตั้งแต่สมัยนบีอิบรอฮีม(อับราฮัม)มีประตูเข้าเพียงบานเดียวและประตูนี้มีคนเดียวเท่านั้นที่ถือกุญแจไว้ คนทั่วไปคงคิดว่าประตูก๊ะอฺบ๊ะฮฺจะเปิดโดยกษัตริย์หรือผู้มีอำนาจคนใดก็ได้ แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่
บรรจง บินกาซัน
“พอใจเท่าที่มี ยินดีเท่าที่ได้” ป้ายคติธรรมบนเขาตังกวน จังหวัดสงขลาสอนศิลปะการใช้ชีวิตให้มีความสุขเมื่อรู้สึกว่าตัวเองมีหรือได้ไม่เหมือนคนอื่น ไม่ว่าถ้อยคำนี้จะเป็นของใคร เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันมาจากคำสอนของศาสนา
บรรจง บินกาซัน
เมื่อมนุษย์สร้างประดิษฐ์กรรมใดขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ด้วยกันใช้ ผู้สร้างประดิษฐ์กรรมนั้นจะต้องจัดเตรียมคู่มือที่บอกถึงคุณสมบัติและการใช้งานมาด้วย
เช่นเดียวกัน เมื่อพระเจ้าสร้างมนุษย์ พระองค์ก็ประทานคัมภีร์กุรอานมาเป็นคู่มือการใช้ชีวิตของมนุษย์ด้วย คัมภีร์กุรอานไม่เพียงแต่เปิดเผยถึงวิธีการและวัตถุประสงค์การสร้างมนุษย์ขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังบอกคุณสมบัติบางอย่างของมนุษย์เพื่อให้มนุษย์รู้จักตัวเองอีกด้วย
บรรจง บินกาซัน
หลังเดือนเราะมะฎอนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสต้อนรับและให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนประถมจากโรงเรียนนานาชาติที่มาศึกษาหาความรู้เรื่องอิสลามที่มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ครูที่นำนักเรียนมาต้องการให้นักเรียนเห็นการนมาซของมุสลิม ผมบอกว่า หากจะดูการนนมาซร่วมกันตอนบ่าย ต้องรอเวลา 12.20 น.
บรรจง บินกาซัน
คำสอนดั้งเดิมในคัมภีร์ทางศาสนาที่ไม่ถูกบิดเบือนบอกให้เรารู้ว่ามนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกเพศบนโลกนี้ถูกพระเจ้าสร้างขึ้นมาเหมือนกัน ตัวสเปิร์มนับร้อยล้านตัวที่ออกมาจากน้ำอสุจิมีลักษณะเหมือนกันตั้งแต่แรก หัวกระโหลกและโครงกระดูกของมนุษย์ทุกคนล้วนเหมือนกันจนแยกไม่ออก ต่อเมื่อมีเนื้อมีหนังที่มีสีผิวแล้วเท่านั้นจึงบอกได้ว่าเป็นชนชาติใด แต่เมื่อตายแล้ว เนื้อหนังของมนุษย์ก็ยุ่ยสลายกลายเป็นดินที่เป็นต้นกำเนิดของมนุษย์เหมือนกัน